ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศอินโดนีเซีย
ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
มีชนพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์กระจายกันอยู่ตามเกาะ ทำให้วัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องที่แตกต่างกันไป
*(Wayang Kilit)
เป็นการแสดงเชิดหุ่นเงาที่เป็นเอกลักษณ์ของอินโดนีเซีย และถือเป็นศิลปะการแสดงที่งดงามและวิจิตรกว่าการแสดงชนิดอื่น เพราะรวมศิลปะหลายด้านไว้ด้วยกัน โดยฉบับดั้งเดิมใช้หุ่นเชิดที่ทำด้วยหนังสัตว์นิยมใช้วงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงขณะแสดง
*ระบำบารอง (Barong Dance)
ละครพื้นเมืองดั้งเดิมของเกาะบาหลี มีการใช้หน้ากากและเชิดหุ่นเป็นตัวละคร โดยมีการเล่นดนตรีสดประกอบการแสดง เรื่องราวเป็นการต่อสู้กันของ บารอง คนครึ่งสิงห์ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายความดีกับรังดา พ่อมดหมอผีตัวแทนฝ่ายอธรรม โดยฝ่ายธรรมะจะได้รับชัยชนะในที่สุด
*ผ้าบาติก (Batik) หรือ ผ้าปาเต๊ะ
เป็นผ้าพื้นเมืองของอินโดนีเซียที่มีวิธีการทำโดยใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีและใช้วิธีการแต้มระบาย หรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสี ผ้าบาติกนิยมใช้เป็นเครื่องแต่งกายของหนุ่มสาว โดยใช้เป็นผ้าโพกศีรษะชาย ผ้าคลุมศีรษะหญิง ผ้าทับกางเกงชาย และโสร่ง หรือผ้าที่ใช้นุ่งโดยการพันรอบตัว ซึ่งส่วนที่เรียกว่า “ปาเต๊ะ” คือส่วนที่ต้องนุ่งให้ตรงกับสะโพก โดยมีลวดลายสีสันต่างไปจากส่วนอื่นๆ ในผ้าผืนเดียวกันนั่นเอง
1. "วายังกุลิต-วายังโกเล็ก" ละครหุ่นเทวดา อินโดนีเซีย-ชวา-บาหลี สุดยอดวัฒนธรรมระดับมรดกโลกจากยูเนสโกร่วมงาน ASEAN Enchanting Puppets 2013 วันที่ 22-24 กุมภาฯที่เชียงใหม่
อินโดนีเซีย ได้ชื่อว่า เป็นแผ่นดินที่มีวัฒนธรรมแบบผสมผสานระหว่างพื้นถิ่นบวกกลิ่นอายของชมพูทวีป มีความโดยเด่นและงดงามไปด้วยอัตลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับจนได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ระดับ Masterpiece Of Oral Intangible Heritage of Humanity
ซึ่งการแสดงหุ่นของอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลนั้น หุ่นเงา หรือ วายังกุลิต (Wayang Kulit) และหุ่นกระบอกเชิด หรือ วายังโกเล็ก (Wayang Golek) นักท่องเที่ยวที่เดินทางมุ่งหน้าสู่บาหลี หรือ จาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย หมู่เกาะชวา ย่อมไม่พลาดที่จะชมการแสดงหุ่นที่น่าสนใจ
วายังกุลิต (Wayang Kulit) หุ่นเงา มีความคล้ายคลึงกับหนังตะลุงของไทยไม่น้อย แต่มีจุดที่แตกต่างและเห็นได้ชัดคือ เนื้อหาและรูปร่างหน้าตา เพราะหุ่นวายังกูลิต มีจมูกยาวใหญ่ ชุดแต่งกายเต็มไปด้วยรายละเอียด มีมนต์ขลังและน่ายำเกรง
เสน่ห์ของ หุ่นวายังกุลิต อยู่ที่ความงามวิจิตรของลวดลายบนตัวหุ่นหนัง ด้วยฝีมือเชิงช่างชั้นสูงที่สืบต่อกันเฉพาะเครือญาติ บวกกับ ดาลัง (Dalang) หรือนายหนัง (ศิลปินผู้เชิดหุ่น) ที่ต้องมีทักษะต่อศิลปะการแสดงสูง ไวพริบ และความสามารถในการเล่าเรื่องที่ดึงดูดใจ หุ่นวายังกุลิต นิยมเล่นในหมู่เกาะชวา เป็นมหรสพใช้เล่นเวลากลางคืน อาศัยแสงสว่างจากน้ำมันตะเกียงเพียงหนึ่งดวง การแสดงจะเริ่มราวสามทุ่มเรื่อยไปจนถึงเช้าตรู่
"วายังกุลิต มีผู้เชิดเพียงคนเดียว และต้องพากย์เสียงตัวละครทุกตัว ซึ่งมีตั้งแต่ 10-140 คน และต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์พฤติกรรมตัวละคร วิพากษ์วิจารณ์เพื่อสอดแทรกปรัชญาและชี้แนะผู้ชมไปพร้อมกัน และที่น่าทึ่งคือ ดาลัง ยังทำหน้าที่กำกับวงดนตรี หรือ กัมเมอลัน–Gamelan ประกอบด้วยฆ้อง กลอง ขลุ่ย ซอสามสายและเครื่องเคาะจังหวะ และในขณะ ดาลัง ยังต้องเล่นเครื่องดนตรีที่เป็นเครื่องเคาะจังหวะเช่น ฉิ่ง หรือไม้เคาะไปพร้อมกับการเชิดหุ่น"
วายังโกเล็ก (Wayang Golek) หุ่นกระบอกเชิด แสดงโดยอาศัยแสงสว่างในเวลากลางวัน ไม่มีฉากผ้าฝ้าย หรือโคมน้ำมัน มุ่งจุดเด่นไปที่ความเป็นสามมิติของหุ่นกระบอก ซึ่งทำมาจากไม้ชนิดเบา แกะสลักอย่างประณีต มีจุดเด่นที่ใบหน้างดงาม สวยสง่าด้วยเครื่องประดับศรีษะ ทาปากสีแดงสด ประดับอัญมณีสีฟ้า ดวงตา เส้นคิ้ว ผม หนวดเคราเขียนด้วยสีดำเข้ม
หุ่นวายังโกเล็ก ที่เป็นตัวเจ้านาย หรือขุนนาง จะสวมอาภรณ์หรูหรางดงามตามแบบประเพณีของชวา มีส่วนแขนและมืองามระหง ส่วนตัวละครชาวบ้านจะสวมผ้าถุงบาติก มือและแขนใหญ่หนา
การแสดง วายังโกเล็ก มีสองแบบ คือ โกเล็กเซปัก (Golek Cepak) บอกเล่าชีวประวัติของ Amir Hamza ลุงของท่านนบีโมฮัมหมัด มีนัยยะการเผยแพร่ศาสนา ส่วน วายังโกเล็กปูร์วา (Wayang Golek Purwa) มีพื้นฐานการแสดงเหมือนกับวายังกุลิต ใช้แสดงให้กับเจ้านายชั้นสูงและขุนนาง ของเกาะซุนดา (บาหลี)
ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2556 ในการแสดงหุ่นตระการตาอาเซียน 2013 : ASEAN Enchanting Puppets 2013 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดขึ้นตามโครงการเทศกาลหุ่นนานาชาติ ประจำปี 2556 เวลา 10.00-21.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา ภายในสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และโรงละครหอศิลปวัฒนธรรม มช. .ถนนนิมมานเหมินท์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ประเทศอินโดนิเซียส่งคณะหุ่นของ Mr. I Nyoman Sumandhi จากบาหลี นำการแสดงหุ่นวายังกุลิตและวายังโกเล็กมาร่วมแสดง ส่วนคณะ Mr. Nuri Aryati ศิลปิน Contemporary Dance และ Contemporary Performing Arts จากชวากลาง เป็นการแสดงนาฏกรรมร่วมสมัย Contemporary Dance ที่น่าสนใจไม่น้อยมานำเสน
ซึ่งการแสดงหุ่นของอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลนั้น หุ่นเงา หรือ วายังกุลิต (Wayang Kulit) และหุ่นกระบอกเชิด หรือ วายังโกเล็ก (Wayang Golek) นักท่องเที่ยวที่เดินทางมุ่งหน้าสู่บาหลี หรือ จาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย หมู่เกาะชวา ย่อมไม่พลาดที่จะชมการแสดงหุ่นที่น่าสนใจ
วายังกุลิต (Wayang Kulit) หุ่นเงา มีความคล้ายคลึงกับหนังตะลุงของไทยไม่น้อย แต่มีจุดที่แตกต่างและเห็นได้ชัดคือ เนื้อหาและรูปร่างหน้าตา เพราะหุ่นวายังกูลิต มีจมูกยาวใหญ่ ชุดแต่งกายเต็มไปด้วยรายละเอียด มีมนต์ขลังและน่ายำเกรง
เสน่ห์ของ หุ่นวายังกุลิต อยู่ที่ความงามวิจิตรของลวดลายบนตัวหุ่นหนัง ด้วยฝีมือเชิงช่างชั้นสูงที่สืบต่อกันเฉพาะเครือญาติ บวกกับ ดาลัง (Dalang) หรือนายหนัง (ศิลปินผู้เชิดหุ่น) ที่ต้องมีทักษะต่อศิลปะการแสดงสูง ไวพริบ และความสามารถในการเล่าเรื่องที่ดึงดูดใจ หุ่นวายังกุลิต นิยมเล่นในหมู่เกาะชวา เป็นมหรสพใช้เล่นเวลากลางคืน อาศัยแสงสว่างจากน้ำมันตะเกียงเพียงหนึ่งดวง การแสดงจะเริ่มราวสามทุ่มเรื่อยไปจนถึงเช้าตรู่
"วายังกุลิต มีผู้เชิดเพียงคนเดียว และต้องพากย์เสียงตัวละครทุกตัว ซึ่งมีตั้งแต่ 10-140 คน และต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์พฤติกรรมตัวละคร วิพากษ์วิจารณ์เพื่อสอดแทรกปรัชญาและชี้แนะผู้ชมไปพร้อมกัน และที่น่าทึ่งคือ ดาลัง ยังทำหน้าที่กำกับวงดนตรี หรือ กัมเมอลัน–Gamelan ประกอบด้วยฆ้อง กลอง ขลุ่ย ซอสามสายและเครื่องเคาะจังหวะ และในขณะ ดาลัง ยังต้องเล่นเครื่องดนตรีที่เป็นเครื่องเคาะจังหวะเช่น ฉิ่ง หรือไม้เคาะไปพร้อมกับการเชิดหุ่น"
วายังโกเล็ก (Wayang Golek) หุ่นกระบอกเชิด แสดงโดยอาศัยแสงสว่างในเวลากลางวัน ไม่มีฉากผ้าฝ้าย หรือโคมน้ำมัน มุ่งจุดเด่นไปที่ความเป็นสามมิติของหุ่นกระบอก ซึ่งทำมาจากไม้ชนิดเบา แกะสลักอย่างประณีต มีจุดเด่นที่ใบหน้างดงาม สวยสง่าด้วยเครื่องประดับศรีษะ ทาปากสีแดงสด ประดับอัญมณีสีฟ้า ดวงตา เส้นคิ้ว ผม หนวดเคราเขียนด้วยสีดำเข้ม
การแสดง วายังโกเล็ก มีสองแบบ คือ โกเล็กเซปัก (Golek Cepak) บอกเล่าชีวประวัติของ Amir Hamza ลุงของท่านนบีโมฮัมหมัด มีนัยยะการเผยแพร่ศาสนา ส่วน วายังโกเล็กปูร์วา (Wayang Golek Purwa) มีพื้นฐานการแสดงเหมือนกับวายังกุลิต ใช้แสดงให้กับเจ้านายชั้นสูงและขุนนาง ของเกาะซุนดา (บาหลี)
ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2556 ในการแสดงหุ่นตระการตาอาเซียน 2013 : ASEAN Enchanting Puppets 2013 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดขึ้นตามโครงการเทศกาลหุ่นนานาชาติ ประจำปี 2556 เวลา 10.00-21.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา ภายในสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และโรงละครหอศิลปวัฒนธรรม มช. .ถนนนิมมานเหมินท์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ประเทศอินโดนิเซียส่งคณะหุ่นของ Mr. I Nyoman Sumandhi จากบาหลี นำการแสดงหุ่นวายังกุลิตและวายังโกเล็กมาร่วมแสดง ส่วนคณะ Mr. Nuri Aryati ศิลปิน Contemporary Dance และ Contemporary Performing Arts จากชวากลาง เป็นการแสดงนาฏกรรมร่วมสมัย Contemporary Dance ที่น่าสนใจไม่น้อยมานำเสน
2. ละครบารอง หรือ บาร็อง ละครพื้นเมืองดั้งเดิมของเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย มีลักษณะเดียวกับโขน และละครหุ่นบ้านเรา คือใช้หน้ากาก และเชิดหุ่นเป็นตัวละคร รวมทั้งมีการใช้ดนตรีเล่นสดประกอบการแสดง
เรื่องราวของละครบารองเล่าถึงความเชื่อของชาวบาหลีที่มีต่อเทพเจ้า มหาภารตะ “บารอง” หรือสิงโตเทพเจ้าแห่งฝ่ายธรรมะและจิตวิญญาณที่ดีงาม และ “รังดา” ร่างอวตารของพระอุมา ตัวแทนแห่งวิญญาณของความชั่วร้ายฝ่ายอธรรม ทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กัน เมื่อบางรองเพลี้ยงพล้ำต่อรังดา ก็มีเหล่านักระบำกริชที่แต่งกายด้วยการห่มผ้าขาวม้าลายตารางออกมาช่วยเหลือบารอง เข้าต่อสู้กับรังดา แต่ด้วยเวทมนตร์ของรังดาทำให้กริชของเหล่านักระบำกลับหันเข้าจ้วงแทงนักระบำกริชเอง แต่โชคดีที่เทพ “การูด้า” เทพแห่งนกเข้ามาช่วยได้ทันการณ์ ช่วยให้นักระบำกริชฟันแทงไม่เข้า ไม่ว่ากริชจะจ้วงแทงกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถทำร้ายนักระบำกริชได้ ฝ่ายธรรมะจึงขนะฝ่ายอธรรมะไปได้ในที่สุด จากตำนานนี้เองที่ทำให้เชื่อกันว่าการห่มคลุมผ้าขาวม้าจะช่วยเพิ่มพลัง อาชีพนักระบำก็ถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ต้องฝึกฝนกันตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อสามารถแสดงออกมาได้อ่อนช้อยงดงาม การระบำแล้วเหลือกตาซ้ายขวาก็มีนัยะแฝงถึงการ “มองฟ้า” เท่ากับเคารพเทพเจ้า และ “มองดิน” เท่ากับบูชาฑูตผี
กล่าวในขั้นต้นแล้วว่าละครบารอง ใช้หน้ากากและหุ่นเชิดในการประกอบการแสดง ในส่วนของหน้ากาก ทั้งตัวละครของ ตัวละครลิงสหายของบารอง ภูติผี ชาวบ้าน ส่วนหุ่นเชิดคือตัวบารอง หรือเทพสิงโต เทพในศาสนาฮินดู ที่สิงห์หรือเสือ จะแทนเครื่องหมายของความดี หุ่นสิงโตของละครบารองมีลักษณะคล้ายการเชิดหุ่นสิงโตของจีน คือ ต้องใช้นักเชิด 2 คน อยู่ในส่วนหัวและส่วนท้ายของหุ่น การจัดเวทีแสดงออกถึงเอกลักษณ์ศิลปะและวัฒนธรรมของบาหลีได้อย่างชัดเจน ทั้ง ประตูที่ให้ในการแสดงจะเป็นหินสลักรูปต่างๆ การจัดฉากพื้นหลังเป็นป่าตามโคลงเรื่อง และใช้ดอกไม้สดพื้นเมืองในการประดับเวทีและตกแต่งร่างกายของนักแสดง ในการพกอาวุธอย่าง “กริช” ไว้ที่เอวของนักแสดงชายยังสามารถบ่งบอกยศศักดิ์ของตัวละครได้อีกด้วย ก่อนแสดงจะต้องมีการทำพิธีบูชาเทพเจ้า แสดงถึงลักษณะประเพณีวัฒนธรรมของความศรัทธาในการนับถือศาสนาฮินดูอย่างเหนียวแน่นของชาวบาหลี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น